ข้อตกลงฉบับนี้เป็นการกำหนดเงื่อนไขการใช้บริการล่าม (ต่อไปนี้จะเรียกว่า “บริการ”) ที่บริษัท
จัดหางาน โอเอส (ประเทศไทย) จำกัด (ต่อไปนี้จะเรียกว่า “บริษัท”) ให้บริการแก่ลูกค้า (ต่อไปนี้จะเรียกว่า “ลูกค้า”)
ข้อ 1 (บททั่วไป)
- ข้อตกลงฉบับนี้เป็นการกำหนดเงื่อนไขการใช้บริการ และถือเป็นข้อตกลงที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย (ต่อไปนี้เรียกว่า “สัญญาการใช้บริการ”) ระหว่างบริษัท OS Recruitment (Thailand) Co., Ltd. ซึ่งก่อตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ชั้น 5 อาคารบางกอกซิตี้ทาวเวอร์ เลขที่ 179 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 ประเทศไทย (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัท”) กับลูกค้า เกี่ยวกับการใช้บริการของบริษัท (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริการ”)
- ลูกค้ามีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงฉบับนี้ในการใช้บริการทุกครั้ง
- ในกรณีที่บุคคลซึ่งสังกัดอยู่ในองค์กร (รวมถึงนิติบุคคล) สมัครหรือใช้บริการนี้ในนามขององค์กรดังกล่าว ให้ถือว่าบุคคลนั้นมีอำนาจเป็นตัวแทนขององค์กรในการตกลงตามข้อตกลงฉบับนี้ และทำสัญญาการใช้บริการกับบริษัท ในกรณีดังกล่าว ให้องค์กรนั้นเป็นคู่สัญญาภายใต้สัญญาการใช้บริการนี้ และมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงฉบับนี้
ข้อ 2 (การทำสัญญาการใช้บริการ)
- สัญญาการใช้บริการนี้จะถือว่ามีผลสมบูรณ์ ณ ขณะที่ลูกค้าได้แจ้งต่อบริษัทว่าได้ตกลงยอมรับเนื้อหาที่ระบุไว้ในใบเสนอราคา (ต่อไปนี้เรียกว่า “ใบเสนอราคา”) ที่บริษัทได้จัดทำขึ้น
เนื้อหาของสัญญาจะเป็นไปตามที่ระบุไว้ในใบเสนอราคาและข้อตกลงฉบับนี้ และถือว่าลูกค้าได้ตกลงยอมรับข้อตกลงฉบับนี้แล้ว ณ เวลาที่ส่งคืนใบเสนอราคาดังกล่าวให้แก่บริษัท - ในกรณีที่ข้อมูลซึ่งลูกค้าเคยได้ให้แก่บริษัท ณ ตอนตกลงใช้บริการมีความคลาดเคลื่อนหรือมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง ลูกค้าต้องแจ้งให้บริษัททราบ ตามวิธีการที่บริษัทกำหนดไว้
- ความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือการไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อมูล ลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงฝ่ายเดียว บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายดังกล่าวไม่ว่ากรณีใด ๆ
ข้อ 3 (รายละเอียดบริการ)
- บริษัทจะให้บริการตามรายละเอียดของงานและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบเสนอราคา และลูกค้าตกลงและยืนยันว่า ภายใต้การให้บริการนี้ บริษัทไม่มีภาระผูกพันในการจัดทำหรือส่งมอบผลลัพธ์หรือผลงานเฉพาะใด ๆ
- ลูกค้าต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ เอกสาร หรือสิ่งอื่นใดที่จำเป็นสำหรับการใช้บริการนี้ด้วยความรับผิดชอบของตนเอง และลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
- ในกรณีที่ลูกค้าประสงค์จะให้ดำเนินงานเกินขอบเขตของเนื้อหางานหรือระยะเวลาการปฏิบัติงานที่ได้ตกลงไว้ในใบเสนอราคา ลูกค้าจะต้องได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากบริษัทก่อน
ข้อ 4 (ผู้รับผิดชอบงาน)
- บริษัทจะเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งบุคคลที่มีทักษะเหมาะสมต่อการปฏิบัติงานตามที่ระบุไว้ในใบเสนอราคา ให้เป็นผู้รับผิดชอบปฏิบัติงาน (ต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้รับผิดชอบงาน”)
- ในกรณีที่ลูกค้าเห็นว่าผู้รับผิดชอบงานไม่มีทักษะที่จำเป็นเหมาะสมตามที่กำหนดไว้ ลูกค้าจะต้องแจ้งให้บริษัททราบเป็นหนังสือหรือทางอีเมล และในกรณีดังกล่าว บริษัทจะพิจารณาแนวทางการดำเนินการภายหลังจากได้ปรึกษาหารือร่วมกับลูกค้า
ข้อ 5 (ค่าบริการ)
- ลูกค้าจะต้องชำระค่าบริการ (ต่อไปนี้เรียกว่า “ค่าบริการ”) ให้แก่บริษัท ตามจำนวนเงิน วิธีการชำระเงิน กำหนดชำระ และเงื่อนไขอื่น ๆ ที่ระบุไว้ในใบเสนอราคา
- ในกรณีที่เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการปฏิบัติงานของผู้รับผิดชอบงาน เช่น ค่าเดินทาง ค่าที่พัก หรือค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น ๆ บริษัทสามารถเรียกเก็บเงินจากลูกค้าได้ตามจำนวนค่าใช้จ่ายจริง พร้อมบวกภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7% โดยอ้างอิงจากใบเสร็จที่ผู้รับผิดชอบงานส่งให้
- บริษัทจะออกใบแจ้งหนี้ให้แก่ลูกค้าภายใน 3 วันทำการ นับถัดจากวันสิ้นสุดการปฏิบัติงาน
- ลูกค้าจะต้องชำระค่าบริการโดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่บริษัทกำหนด ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ออกใบแจ้งหนี้
- บริษัทจะเรียกเก็บเงินจากลูกค้าตามจำนวนค่าบริการ พร้อมบวกภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ร้อยละ 7 และลูกค้าต้องชำระเงินดังกล่าวตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อก่อนหน้า ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมการโอนเงินและค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงิน ให้เป็นความรับผิดชอบของลูกค้า
ข้อ 6 (เงื่อนไขการยกเลิกการใช้บริการ)
- หลังจากที่สัญญาการใช้บริการฉบับนี้มีผลบังคับใช้ หากลูกค้ายกเลิกการใช้บริการโดยไม่ใช่เหตุอันเนื่องมาจากความรับผิดของบริษัท ลูกค้ายังคงมีหน้าที่ชำระค่าบริการตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ด้านล่าง ทั้งนี้ การนับจำนวนวันจะคำนวณเฉพาะ “วันทำการ” โดยไม่นับรวมวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
- ในกรณีที่ลูกค้าประสงค์จะยกเลิกการใช้บริการ ลูกค้าต้องแจ้งให้บริษัททราบเป็นลายลักษณ์อักษรหรือทางอีเมล และ “นโยบายการยกเลิกการใช้บริการ” มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลาที่บริษัทได้รับแจ้งดังกล่าว
| วันที่พนักงานเริ่มปฏิบัติงาน ถึง 7 วันก่อนเริ่มงาน | คิดค่าธรรมเนียม 100% ของค่าบริการ |
| วันที่ 8 ถึง 14 วัน ก่อนเริ่มงงาน | คิดค่าธรรมเนียม 75% ของค่าบริการ |
| วันที่ 15 ถึง 21 วัน ก่อนเริ่มงงาน | คิดค่าธรรมเนียม 50% ของค่าบริการ |
| วันที่ 22 ถึง 30 วัน ก่อนเริ่มงงาน | คิดค่าธรรมเนียม 25% ของค่าบริการ |
| 31วัน ก่อนเริ่มงงาน | ไม่คิดค่าธรรมเนียม |
ข้อ 7(พฤติกรรมต้องห้าม)
ลูกค้าจะต้องไม่กระทำการใด ๆ ดังต่อไปนี้ในการใช้บริการ
- การกระทำที่เป็นการละเมิดหรืออาจมีแนวโน้มที่จะละเมิดกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งของศาล
- การกระทำที่เป็นการขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรมอันดี หรือความสงบเรียบร้อยของสังคม
- การกระทำที่เป็นละเมิดสิทธิ์ทางทรัพย์สิน สิทธิส่วนบุคคล หรือสิทธิทางกฎหมายอื่นใดของบริษัทหรือบุคคลภายนอก
- การให้ผลประโยชน์ สนับสนุน หรือมีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับองค์กรอาชญากรรม หรือกลุ่มที่มีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรม
- การว่าจ้างหรือติดต่อมอบหมายงานโดยตรงกับผู้รับผิดชอบงาน โดยไม่ได้รับความยินยอมจากบริษัทล่วงหน้า
- การกระทำที่ขัดต่อข้อตกลงฉบับนี้ หรือขัดต่อวัตถุประสงค์ของการให้บริการ
- การกระทำใด ๆ ที่เป็นการส่งเสริม สนับสนุน หรือกระตุ้นให้เกิดการกระทำที่กล่าวมาแล้วข้างต้น
- การกระทำใด ๆ ที่บริษัทพิจารณาว่าไม่เหมาะสม
ข้อ 8 (การจ้างเหมาช่วงต่อ)
บริษัทสามารถจ้างเหมาช่วงงานทั้งหมดหรือบางส่วนของการให้บริการนี้แก่บุคคลหรือนิติบุคคลภายนอก โดยอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทเอง และบริษัทจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อการกระทำของผู้รับเหมาช่วงดังกล่าว
ข้อ 9 (ไม่รับประกัน)
- บริษัท จะไม่รับประกันไม่ว่าทางชัดแจ้ง ทางปริยาย หรือโดยอาศัยกฎหมาย เกี่ยวกับบริการดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น ความเหมาะสมต่อวัตถุประสงค์เฉพาะ ผลลัพธ์ที่ลูกค้าคาดหวังไว้ ประสิทธภาพของบริการ ความถูกต้อง ความเชื่อถือได้ ความต่อเนื่อง ความชอบด้วยกฎหมาย หรือเรื่องอื่นใดก็ตาม เว้นแต่จะมีการกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในใบเสนอราคา
- ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้นที่เกิดจากข้อมูลหรือเอกสารที่ลูกค้าให้มามีความผิดพลาด ขาดตกบกพร่อง หรือนำส่งล่าช้า
- หากเกิดข้อพิพาทระหว่างลูกค้าและบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องกับบริการนี้ ลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบและรับภาระค่าใช้จ่ายในการแก้ไขข้อพิพาทดังกล่าวทั้งหมด และบริษัทจะไม่รับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น
ข้อ 10 (การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล)
บริษัทจะจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากลูกค้า หรือที่เก็บรวบรวมในระหว่างการใช้บริการ (ซึ่งหมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กำหนดไว้ใน พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ของราชอาณาจักรไทย) ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว ที่บริษัทกำหนดเพิ่มเติม ลูกค้ายอมรับและเห็นด้วยกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว
ข้อ 11 (การรักษาความลับ)
- บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสัญญาการใช้บริการฉบับนี้ทั้งหมดที่ได้รับจากลูกค้า (ต่อไปนี้เรียกว่า “ข้อมูลลับ”) ไว้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยโดยจะให้ผู้รับผิดชอบงานปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความลับตามที่ระบุในข้อนี้เช่นเดียวกัน
- ข้อมูลดังต่อไปนี้ ไม่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดข้อนี้
- ข้อมูลที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป หรือข้อมูลที่กลายเป็นที่รู้จักโดยทั่วไปโดยไม่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบของฝ่ายที่ได้รับข้อมูล
- ข้อมูลที่ฝ่ายผู้รับข้อมูลมีอยู่แล้วก่อนที่จะได้รับการเปิดเผย
- ข้อมูลที่ได้รับมาอย่างถูกกฎหมายจากบุคคลภายนอกซึ่งไม่มีหน้าที่ในการรักษาความลับ
- ข้อมูลที่ฝ่ายผู้รับข้อมูลคิดค้นและพัฒนาขึ้นด้วยตนเอง
ข้อ 12 (ข้อจำกัดการรับผิดชอบ)
- ไม่ว่าความเสียหายจะเกิดขึ้นจากสัญญา การกระทำละเมิด หรือสาเหตุอื่นใด ความรับผิดชอบสูงสุดของบริษัท จะจำกัดอยู่ที่ จำนวนค่าบริการที่บริษัทได้รับจริงทั้งหมด ยกเว้นในกรณีที่ความเสียหายเกิดจากเจตนาหรือความประมาทร้ายแรงของบริษัท
- บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ อันเป็นความเสียหายทางอ้อม ความเสียหายที่เกิดขึ้นภายหลัง ความเสียหายที่เป็นผลสืบเนื่อง ความเสียหายจากการสูญเสียผลกำไร ค่าเสียหายเชิงลงโทษ หรือความเสียหายพิเศษอื่นใดทั้งสิ้น
ข้อ 13 (เหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม)
บริษัทจะไม่รับผิดชอบใด ๆ หากการปฏิบัติตามข้อผูกพันตามสัญญาการใช้บริการนี้ล่าช้าหรือไม่สามารถปฏิบัติได้เนื่องจาก ภัยพิบัติทางธรรมชาติ สงคราม จลาจล โรคระบาด ไฟไหม้ น้ำท่วม การกระทำของหน่วยงานรัฐ การหยุดชะงักของการขนส่ง ข้อพิพาทแรงงาน หรือเหตุอื่นใดที่เกินการควบคุมของบริษัท (ต่อไปนี้เรียกว่า “เหตุสุดวิสัย”)
ข้อ 14 (การยกเลิกสัญญา)
- หากคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งละเมิดข้อกำหนดของสัญญาการใช้บริการ คู่สัญญาอีกฝ่ายสามารถแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรระบุสาเหตุของการละเมิดดังกล่าว และกำหนดระยะเวลาไม่น้อยกว่า 7 วันเพื่อเรียกร้องให้ฝ่ายที่ละเมิดแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าว
- หากในระยะเวลาดังกล่าว ฝ่ายที่ละเมิดไม่สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดได้ คู่สัญญาอีกฝ่ายมีสิทธิยกเลิกสัญญาฉบับนี้
- หากเกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งดังต่อไปนี้ คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งมีสิทธิยกเลิกสัญญาฉบับนี้ทันทีโดยการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร และเมื่อมีการยกเลิกสัญญาฉบับนี้ จะถือว่าฝ่ายที่ถูกยกเลิกสัญญาสูญเสียสิทธิในการชำระเงินตามกำหนดทันที
- กรณีที่ถูกเพิกถอนหรือระงับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ตามมาตรการของหน่วยงานรัฐ
- กรณีเกิดภาวะที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ หรือเกิดการผิดนัดชำระหนี้
- กรณีที่ได้รับคำสั่งยึดทรัพย์ ถูกสั่งคุ้มครองชั่วคราว ถูกนำทรัพย์ไปขายทอดตลาด หรือการถูกดำเนินการทางภาษีเนื่องจากการค้างชำระภาษี
- กรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ยื่นคำร้องขอเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย หรือกระบวนการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมาย
- กรณีที่เกิดการควบรวมกิจการ แยกกิจการ โอนสินทรัพย์สำคัญ หรือการเปลี่ยนแปลงสำคัญอื่น ๆ ทางธุรกิจ
- กรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มีมติถูกให้ยุบหรือเลิกกิจการ
- กรณีที่เกิดการละเมิดสัญญาอย่างร้ายแรงซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญต่อความไว้วางใจระหว่างคู่สัญญา
ข้อ 15 (กฎหมายที่ใช้บังคับและศาลที่มีเขตอำนาจ)
- สัญญาการใช้บริการฉบับนี้ จะ อยู่ภายใต้กฎหมายของราชอาณาจักรไทย และตีความตามกฎหมายไทย โดยไม่คำนึงถึงข้อกำหนดของกฎหมายอื่นที่ขัดกัน
- บริษัทและลูกค้า ตกลงให้ศาลแขวงกรุงเทพฯ เป็นศาลที่มีเขตอำนาจเฉพาะในการพิจารณาข้อพิพาทใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากสัญญานี้
